ในปี 2568 ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ สนามที่ 1 ของฤดูกาล ภายใต้ชื่อรายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ได้รับบทบาทสำคัญ ทั้งการแถลงเปิดฤดูกาล Season Premier โดยดอร์น่าสปอร์ต ต่อด้วย Pre-Season Test และ Main Race 28 ก.พ.-2 มี.ค.ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีที่ 6 ซึ่งดอร์นา สปอร์ต เปิดเผยว่าทั้ง 3 อีเว้นต์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย ใช้เงินลงทุนไปมากกว่า 23 ล้านยูโร หรือประมาณ 819 ล้านบาท ไม่รวมกับงบประมาณจัดงานจากฝั่ง การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.
หนึ่งภาพอันยิ่งใหญ่ของการจัดมหกรรมกีฬาระดับพรีเมียมนี้ ทำให้สุดสัปดาห์ของการจัดการแข่งขันตลอด 6 ปีที่ผ่านมาได้ สร้างปรากฎการณ์-ดึงดูดผู้คนหลายแสนคนมุ่งไปยัง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยโมโตจีพี ปี 2561 มีผู้ชมเข้าร่วมงาน 222,535 คน, ปี 2562 จำนวน 226,655 คน, ปี 2565 จำนวนผู้ร่วมงาน 178,463 คน, ปี 2566 จำนวน 179,811 คน, ปี 2567 จำนวน 205,373 คน และในปี 2568 ด้วยตัวเลขผู้ชมที่สูงถึง 224,634 คน ทำให้ PT Grand Prix of Thailand 2025 คือการแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุด ที่มีการจัดในประเทศไทย
“โมโตจีพี สนามประเทศไทย” เป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างยอดเยี่ยม เริ่มจากปี 2561 สร้างเงินหมุนเวียนโดยรวมจากการจัดงานคิดเป็นมูลทางเศรษฐกิจ 3,053 ล้านบาท, ปี 2562 จำนวน 3,457 ล้านบาท, ปี2565 จำนวน 4,048 ล้านบาท, ปี 2566 จำนวน 4,493 ล้านบาท, ปี2567 จำนวน 4,759 ล้านบาท ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผยข้อมูลสำคัญ PT Grand Prix of Thailand 2025 ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. 2025 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 224,634 คน เป็นคนไทย 172,565 คน ชาวต่างชาติ 52,069 คน มูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 5,043 ล้านบาท กระตุ้นการใช้จ่ายกว่า 4,268 ล้านบาท ใช้งบจัดงาน 775 ล้านบาท สร้างงาน 7,772 ตำแหน่ง ภาษีที่รัฐเก็บได้กว่า 318 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ “โมโตจีพี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันสูงถึง 24,853 ล้านบาท เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของนโยบาย World Grand Prix และ Sport Tourism ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“โมโตจีพี สนามประเทศไทย” เป็นมหกรรมกีฬาที่ทุกคนต่างมีส่วนร่วม เกิดขึ้นได้และขับเคลื่อนไปอย่างงดงาม ภายใต้ความร่วมมือที่ผนึกแน่นทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้การนำของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภาคเอกชนและภาคประชาชนมากมาย ก่อให้เกิดกิจกรรมที่สมบูรณ์พร้อมในและนอกสนาม ในฐานะที่ประเทศไทยและชาวไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ทั้งนี้ การจัดการแข่งขันโมโตจีพีสนามประเทศไทยนั้น ลำพังแค่ “ฅนบุรีรัมย์” จะไม่สามารถจัดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า “มหานครแห่งกีฬาของประเทศไทย” แห่งนี้ ได้ฝากฝีมือไว้ในการจัด “มหกรรมกีฬา”ที่ยิ่งใหญ่มากมายด้วยลูกหลานบุรีรัมย์ คำว่า “บุรีรัมย์ทำถึง” ถูกขนานนามผ่านสื่อและประชาชนนับครั้งไม่ถ้วน
ที่ถูกชื่นชมตลอดมา คือ “เสน่ห์วิถีไทย” ที่เป็นแรงส่งทุกด้าน มัดใจผู้คนทั่วโลกทั้งแฟนโมโตจีพี“ตัวยง”และยังตอบโจทย์ให้กับคนอีกกลุ่มที่ต้องการเข้าร่วม “เฟสติวัล” ไม่ได้ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันด้วยซ้ำ แต่ด้วยความสนุกแบบเต็มระบบ ครบเครื่อง ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ภายในสนามสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ หลังจบการแข่งขัน จะเห็นภายผู้คนนับหมื่นคน ยังคงสนุกสนานอยู่กับคอนเสิร์ต ศิลปินเบอร์ต้นของประเทศ , มวยและกิจกรรมใน PT Grand Prix Expo ที่มีสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับมอเตอร์ไซค์-มอเตอร์สปอร์ต, ร้านอาหารอร่อยๆ รวมถึงพาวิลเลียนขนาดยักษ์ของแบรนด์สินค้าและหน่วยงานราชการให้ร่วมสนุกร่วมชมมากมาย ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง, ฮอนด้า, ยามาฮ่า, ดูคาติ , กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.), แกร็บ ประเทศไทย (Grab) ฯลฯ จนได้รับเสียงชื่อชมมากมายจากดอร์น่า สปอร์ตและแฟนความเร็วทั่วโลก ถึงเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครนี้
โมโตจีพี สนามประเทศไทย เป็นการต่อยอดนโยบาย “Sport Tourism” และ “ World Grand Prix” รวมถึงอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญของการกีฬาแห่งประเทศไทย คือการพัฒนา ยกระดับนักกีฬาไทยเพื่อต่อยอดเทียบเท่าระดับสากล และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ โดยในปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งความสำเร็จที่มี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เป็นนักแข่งไทยคนแรกในการลงแข่งขันในคลาสสูงสุดอย่าง โมโตจีพี ตลอดทั้งฤดูกาล สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน และเป็นความภาคภูมิใจให้คนทั้งประเทศ